Site Meter
#
ปัจจัยในการลดน้ำหนัก
ดังที่ได้กล่าวมา ปัจจัยในการลดน้ำหนักมี 3 ปัจจัยคือ
กำลังใจ ความรู้ เครื่องมือ
กำลังใจ
แน่นอนว่า ทฤษฏีอย่างเดียว รู้เยอะเพียงไร แต่ตัวเองกลับไม่ทำเสียเอง รูปธรรมก็ไม่เกิด
คนส่วนมากที่ต้องการลดความอ้วน ถามว่า ทุ่มเทแค่ไหน หากกินแล้วก็นอนอยู่ทุกวัน กินไม่หยุด กินเรื่อยๆ
คนอ้วนคนนั้น สมควรจะน้ำหนักลดลงหรือไม่ ??? ลองดูกรณีตัวอย่างกัน

EX 1 ) นาย A เป็นคนอ้วน พึ่งออกจากโรงพยาบาลเนื่องจากป่วย หลังจากออกจากโรงพยาบาลได้ ก็วางแผนกินเหล้าฉลองข้ามวันกับเพื่อนทันที (สมควรกลับเข้าโรงพยาบาลอีกจริงๆ)
EX 2 ) นาง B หนัก 115 กิโลกรัม ไปงานเลี้ยงแต่งงาน ตั้งใจจะกินน้อยๆ แต่พอมีจังหวะ แอบกินหมูหันตลอด (กินน้อยจริงแต่ คุณภาพที่กินแย่มากๆ)
EX 3) นาย C หนัก 90 กิโลกรัม อายุ 70 ปี เกษียรตัวเองแล้ว ต้องการออกกำลังกายตอนเช้า แต่ไม่เคยทำได้ซักที เนื่องจากเหตุผลที่ว่า ไม่มีเวลา (เกษียรตัวเองแล้ว จะไม่มีเวลาได้อย่างไร)

จากตัวอย่างทั้ง สาม ข้างต้นเห็นได้ชัดว่า ทั้งหมดคือ ข้ออ้าง และความมุ่งมั่นหลอกๆ ทั้งสิ้น
ถ้าอยากลด ต้องทำจริงครับ คนอ้วนที่กลับมาผอมได้ถาวร ถามทุกคนได้เลยว่า เป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่ ???

หัวข้อนี้เป็นเรื่องเดียว ที่เราช่วยท่านไม่ได้ และไม่มีวิธีไหนช่วยแก้ได้ เราได้แค่หวังและให้กำลังใจห่างๆ
ท่านและคนรอบข้างท่านเท่านั้น ที่ต้องช่วยตัวท่านเอง
กลับ
ความรู้

จากแผนภาพ ร่างกายจะนำพลังงานที่ได้ (ทานอาหาร) ไปใช้ในวัน โดยพลังงานจะถูกใช้ใน 2 ทางหลักคือ
- พลังงานพื้นฐาน (BMR Basic Metabolism Rate) เป็นพลังงานที่ใช้ในการดำรงชีวิต เช่น หายใจ หัวใจเต้น สมองคิด ร่างกายรักษาอุณหภูมิในร่างกายที่ 37 องศาเซลเซียส สร้างฮอร์โมนต่างๆเป็นต้น พลังงานพื้นฐานนี้การนำไปใช้ขึ้นกับ อายุ น้ำหนัก ส่วนสูง (อายุมากขึ้น เตี้ยขึ้น ผอมขึ้น พลังงาน BMR จะใช้น้อยลงเรื่อยๆ วันหนึ่งร่างกายใช้ 700-900 Kcal)
- พลังงานจากกิจกรรม( Activity ) เป็นพลังงานที่ใช้ทั้งหมด ขณะเราตื่น เช่น อาบน้ำ เล่นกีฬา ช้อปปิ้ง ทำอาหาร ขับรถ เป็นต้น
พลังงานจากกิจกรรม ขึ้นกับระดับกิจกรรมในวัน ยิ่งมาก ยิ่งหนัก พลังงานยิ่งใช้เพิ่มขึ้น(วันหนึ่งร่างกายใช้ 1100-1300 Kcal)


*** ดังสังเกตได้จากความต้องการพลังงานต่อวันของคนเราคือ 2000 Kcal เช่นบนฉลากนมนั่นเอง

หากพลังงานเหลือจากนั้น ร่างกายจะต้องเลือก ว่าจะจัดการพลังงานที่เหลืออย่างไร นั่นคือจะสะสมไขมัน หรือ เผาผลาญทิ้ง

*** ในสมัยก่อน มนุษย์ไม่สามารถหาอาหารทานได้ทุกมื้อ ดังนั้น หากมีโอกาสทานเกินความต้องการ มนุษย์จะสะสมพลังงาน ก่อนเผาผลาญทิ้งเสมอเพื่อการอยู่รอด
คนส่วนมากแน่นอนต้องการเลือกที่จะเผาผลาญทิ้ง แต่ร่างกายเรา เลือกสะสมไขมันก่อนเสมอ

กลไกการสะสมไขมัน ร่างกายจะมีฮอร์โมนควบคุม นั่นคือ ฮอร์โมน อินซูลิน นั่นเอง บทบาทของ อินซูลินคือ เอาน้ำตาลในกระแสเลือดออกจากระบบแล้วเปลี่ยนเป็นไขมัน (การดึงพลังงานมาใช้ ร่างกายใช้แป้งเป็นอันดับแรก ใช้ โปรตีน,ไขมัน เป็นพลังงานสำรอง)
*** โดยเฉลี่ยแล้วการลดพลังงานลงได้ 7200 kcal ร่างกายจะน้ำหนักลดลง 1 กิโลกรัม

วิธีปฏิบัติในการลดความอ้วน

- ระวังข้าวขัดสี ข้าวเหนียวและน้ำตาลให้ดีโดยเฉพาะ คนภาคอีสานที่ทานข้าวเหนียวเป็นประจำ เพราะ แป้ง น้ำตาล เท่านั้นที่มีผลต่อการหลั่ง ของอินซูลิน ดังนั้น เมื่อลดได้ ร่างกายจะลดการสะสมไขมันเอง โดยดูได้จากค่าดัชนีน้ำตาล ( Glycemic Index น้ำตาลกลูโคส G.I. 100 ข้าวเหนียว G.I. 90)
- ไม่มีข้อบังคับที่มนุษย์ ต้องกินวันละ 3 มื้อ ดังนั้น เราสามารถออกแบบมื้ออาหารได้เองอยู่แล้ว จะทานวันละ 6-8 มื้อ ก็ไม่เป็นไร ขอเพียงร่างกายไม่หิวเกินไป ไม่อิ่มเกินไปก็พอ

จะเห็นได้ว่า การทานปกติ ช่วงระดับน้ำตาลอยู่ที่ 120-260 (แกว่งตัวพอสมควร)
เมื่อได้ปรับการทานให้ถี่ขึ้น โดยทานให้น้อยลง ช่วงระดับน้ำตาลอยู่ที่ 80-140 (แกว่งตัวลดลงมาก)


- ต้องมีวินัย ในการทาน ร่างกายรู้สึกหิวต้องทานอาหาร อย่าอด และเมื่อร่างกายรู้สึกอิ่มต้องพอ อย่าเสียดายของ
- อย่าใช้วิธีอดอาหาร เพราะความคิดและร่างกายรับรู้ไม่เหมือนกัน เราอดอาหารเพื่อลดความอ้วน แต่ร่างกายจะคิดว่ามื้อนี้ตัวเราไม่สามารถหาอาหารได้ ดังนั้นร่างกายจะลดการเผาผลาญพลังงานลงจากปกติ เช่น ปกติร่างกายใช้ 2000 kcal แต่ เมื่อเราอดอาหารร่างกายจะใช้เหลือเพียง 1500-1700 kcal เป็นต้น ดังนั้น เราทานน้อยลงจริงแต่พลังงานที่ใช้ก็น้อยลงตาม
- ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ( อย่างน้อยทานอาหารที่ให้พลังงานให้ได้ 3 หมู่คือ โปรตีน แป้ง ไขมัน ที่สมดุลกัน) เพราะเมื่อร่างกายได้รับสารอาหารที่เพียงพอ ร่างกายจะรับรู้ว่าเรามีอาหารเหลือเฟือ ร่างกายจะเพิ่มการเผาผลาญพลังงานเอง
- อาหารที่ทานเข้าไป ควรมีความสมดุล อย่าทานเฉพาะแป้งเพียงอย่างเดียว หรือโปรตีนเพียงอย่างเดียว เพราะ อาหารจะถูกย่อยง่ายเร็วกกว่าปกติ เมื่อร่างกายย่อยเร็ว ก็มีโอกาสหิวเร็ว
- อาหารเช้าจำเป็นที่สุด เพราะมื้อเช้า บำรุงร่างกายได้ดีที่สุด เช่น สมอง หัวใจ กล้ามเนื้อ

สรุป อาหารสำหรับต้องการลดความอ้วนที่ดี คือ
- พลังงานต่ำ
- ทานแล้วอิ่ม อยู่ท้องนาน
- มีความสมดุลของอาหาร 5 หมู่ ในปริมาณที่เพียงพอ

กลับ
เครื่องมือ

หมอผ่าตัดที่เก่งที่สุดในโลก หากขาดเครื่องมือ ก็ช่วยคนไม่ได้ แน่นอน คนอ้วนส่วนมาก ที่ไม่มีเครื่องมือที่ดีในทางปฏิบัติ ก็ลดความอ้วนไม่ได้ เช่นกัน

ดังนั้นเครื่องมือ ที่เราใช้ในการลดความอ้วนก็คือ การนำาสารอาหารที่มีคุณภาพสูง ไล่สารอาหารคุณภาพต่ำ เปลี่ยนอาหารคนอ้วนให้เป็นอาหารสำหรับคนหุ่นดีมีสุขภาพ
เปลี่ยนทัศนคติในการทาน จากทานน้อยมื้อ แต่หนัก เป็น บ่อยมื้อ แต่ น้อยๆ
ของมีคุณภาพ ย่อมคู่กับคนมีคุณภาพ
โปรตีนที่ใช้ คุณภาพสูงสุด ----> Whey Protein Isolated
แป้งที่ใช้ คุณภาพสูง กระตุ้น การสะสมอินซูลินต่ำมาก ค่าดัชนีน้ำตาลไม่ถึง 30---->Frutose , Moltitol , Multi Grain
ไขมันที่ใช้ คุณภาพสูง ---->Canola Oil , Fish Oil
เส้นใย คุณภาพสูง ----> Oligo Fructose , Inulin , Beta-Glucan
สารต้านอนุมูลอิสระ หลากหลาย----> Glutathione , 5 Carotenoid , Gamma Oryzanol ,Tocotrienol, ALA

สรุป ด้วยเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพ และมีความสมดุลนี้ จะเปลี่ยนให้คุณ เปลี่ยนพฤติกรรมในภาพรวม ให้ทานน้อยลงแต่ได้คุณภาพมากขึ้น เปลี่ยนคุณให้เป็นคนใหม่ ที่น่าหลงไหล สง่างาม กว่าเดิม

กลับ